ตรวจสอบผู้ส่ง — อย่าเชื่อชื่อที่แสดง
สิ่งแรกที่ควรดูคือ ที่อยู่อีเมลจริงของผู้ส่ง ไม่ใช่แค่ชื่อที่แสดง (Display Name) เพราะมิจฉาชีพตั้งชื่อที่แสดงเป็นอะไรก็ได้ เช่น ตั้งชื่อว่า “ธนาคารกรุงเทพ” แต่ที่อยู่จริงกลับเป็น service@bangkok-bank-secure.xyz
- กดดูที่อยู่อีเมลเต็ม: บนมือถือให้แตะที่ชื่อผู้ส่งเพื่อดูอีเมลจริงในวงเล็บ
- ระวังโดเมนสะกดผิด: เช่น
@micros0ft.com(เลขศูนย์แทน o) หรือ@paypa1.com(เลข 1 แทน l) - ระวังโดเมนย่อยหลอกตา:
@secure.paypal.com.attacker.ruโดเมนจริงคือ attacker.ru ไม่ใช่ paypal.com - ดูปลายทางของ “ตอบกลับ” (Reply-To): บางครั้งอีเมลส่งมาจากที่อยู่หนึ่ง แต่เมื่อกดตอบกลับกลับพุ่งไปยังอีกที่อยู่ที่มิจฉาชีพควบคุม
องค์กรจริงมักใช้โดเมนทางการของตนเองเสมอ หากอีเมลอ้างว่าเป็นบริษัทใหญ่แต่ส่งมาจากโดเมนฟรีอย่าง @gmail.com หรือโดเมนแปลก ๆ ให้สงสัยไว้ก่อน
สัญญาณอันตรายในเนื้อหา
นอกจากผู้ส่งแล้ว เนื้อหาของอีเมลก็มักทิ้งร่องรอยไว้ ให้ระวังสัญญาณเหล่านี้:
ลิงก์และไฟล์แนบ
ลิงก์และไฟล์แนบคือช่องทางหลักที่ทำให้อีเมลฟิชชิ่งเป็นอันตราย เพราะเป็นจุดที่ดูดข้อมูลหรือฝังมัลแวร์
- โฮเวอร์ดูปลายทางก่อนคลิก: บนเดสก์ท็อปให้เลื่อนเมาส์ค้างเหนือลิงก์เพื่อดู URL จริงที่มุมล่าง บนมือถือให้กดค้างเพื่อดูปลายทางเต็ม
- ระวังปุ่ม “ยืนยัน” หรือ “เข้าสู่ระบบ” ปลอม: ข้อความบนปุ่มอาจดูน่าเชื่อ แต่พาไปหน้าเข้าสู่ระบบปลอมที่ขโมยรหัสผ่าน
- ระวังไฟล์แนบอันตราย: โดยเฉพาะ
.exe,.zip,.html,.jsหรือไฟล์เอกสารที่ขอให้ “เปิดใช้งานมาโคร” - อย่าเปิดไฟล์ที่ไม่ได้คาดหวัง: แม้จะดูเหมือนใบแจ้งหนี้หรือใบเสร็จ หากไม่ได้สั่งซื้ออะไรไว้ ให้ตรวจสอบก่อน
คัดลอกลิงก์แล้ววางลงใน ThaiVScan เพื่อตรวจสอบปลายทางก่อนคลิก ฟรีและปลอดภัย
สแกน URL →การปลอมตัวและ Business Email Compromise
อีเมลฟิชชิ่งที่อันตรายที่สุดมักไม่ใช่อีเมลหว่านทั่วไป แต่เป็นการ ปลอมตัวเจาะจงเป้าหมาย โดยเฉพาะในองค์กร ซึ่งเรียกว่า Business Email Compromise (BEC)
- ปลอมเป็นเจ้านายหรือผู้บริหาร: อ้างว่าเป็น CEO สั่งให้พนักงานโอนเงินหรือซื้อบัตรของขวัญ “ด่วนและเป็นความลับ”
- ปลอมเป็นคู่ค้าหรือซัพพลายเออร์: ส่งใบแจ้งหนี้ที่ดูเหมือนของจริงแต่แนบมากับอีเมลปลอม
- หลอกให้เปลี่ยนเลขบัญชี: อ้างว่าบริษัทเปลี่ยนบัญชีธนาคาร แล้วให้โอนเงินเข้าบัญชีของมิจฉาชีพแทน
- สังเกตโดเมนที่ใกล้เคียง: เช่น
@company-th.comแทนที่จะเป็น@company.co.thของจริง
เมื่อเจอคำขอเรื่องเงินหรือข้อมูลสำคัญที่ “เร่งด่วน” ให้ยืนยันตัวตนผ่านช่องทางอื่นที่รู้จักเสมอ อย่าตอบกลับอีเมลนั้นโดยตรง
ถ้าได้รับอีเมลต้องสงสัยควรทำอย่างไร
- อย่าคลิก อย่าตอบ อย่าเปิดไฟล์แนบ — และอย่ากรอกข้อมูลใด ๆ
- ตรวจสอบผ่านช่องทางอื่น: โทรหาเบอร์ทางการหรือติดต่อองค์กรผ่านเว็บไซต์จริงโดยตรง ไม่ใช่ผ่านข้อมูลในอีเมล
- สแกนลิงก์ก่อน: ถ้าจำเป็นต้องรู้ว่าลิงก์พาไปไหน ให้คัดลอกลิงก์มาสแกนด้วย ThaiVScan แทนการคลิก
- รายงานอีเมล: กดปุ่ม “รายงานฟิชชิ่ง” ในโปรแกรมอีเมล และแจ้งฝ่าย IT หากเป็นอีเมลที่ทำงาน
- ลบอีเมลทิ้ง: หลังรายงานแล้วให้ลบเพื่อไม่ให้เผลอกดในภายหลัง
- หากเผลอกรอกข้อมูลไปแล้ว: เปลี่ยนรหัสผ่านทันที เปิดใช้ MFA และแจ้งธนาคารหากให้ข้อมูลทางการเงินไป
ตรวจสอบความปลอดภัยด้วย ThaiVScan ก่อนตัดสินใจเปิด
สแกน URL →คำถามที่พบบ่อย
ธนาคารจะส่งอีเมลขอ OTP หรือรหัสผ่านไหม?
ไม่ ธนาคารและองค์กรที่ถูกต้องจะไม่ขอ OTP รหัสผ่าน หรือเลขบัตรทางอีเมลเด็ดขาด หากมีอีเมลขอสิ่งเหล่านี้ ให้ถือว่าเป็นฟิชชิ่ง
อีเมลมาจากชื่อบริษัทจริง แปลว่าปลอดภัยไหม?
ไม่เสมอไป ชื่อที่แสดงปลอมได้ง่าย ให้ดูที่อยู่อีเมลจริงและโดเมนของผู้ส่ง รวมถึงที่อยู่ในช่อง Reply-To ด้วย
เผลอเปิดอีเมลฟิชชิ่งไปแล้วอันตรายไหม?
แค่เปิดอ่านมักยังไม่อันตราย ความเสี่ยงเกิดเมื่อคุณคลิกลิงก์ เปิดไฟล์แนบ หรือกรอกข้อมูล หากยังไม่ได้ทำสิ่งเหล่านี้ ให้ลบอีเมลทิ้งได้เลย
จะแยกอีเมล BEC ออกจากอีเมลจริงได้อย่างไร?
BEC มักมีลักษณะ “เร่งด่วน” “เป็นความลับ” และขอให้ทำนอกกระบวนการปกติ ให้สังเกตโดเมนของผู้ส่งที่ใกล้เคียงแต่ไม่ตรงกัน และควรยืนยันคำขอด้วยโทรศัพท์หรือแชทที่รู้จักเสมอ
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
สรุปประเด็นสำคัญ
- ดู ที่อยู่อีเมลจริง ของผู้ส่ง ไม่ใช่แค่ชื่อที่แสดง
- ระวังความเร่งด่วน ข่มขู่ และการขอ OTP หรือรหัสผ่าน
- โฮเวอร์ดูปลายทางก่อนคลิก และอย่าเปิด ไฟล์แนบที่ไม่คาดหวัง
- คำขอเรื่องเงินที่ “ด่วน” ให้ ยืนยันผ่านช่องทางอื่น เสมอ
- ไม่แน่ใจลิงก์ ให้สแกนด้วย ThaiVScan ก่อน
ตรวจลิงก์ในอีเมลก่อนคลิก
วาง URL ที่น่าสงสัยลงใน ThaiVScan — ฟรี รวดเร็ว และช่วยให้คุณปลอดภัย
สแกน URL →


